ราฮีม สเตอริ่ง (Raheem Sterling)

ราฮีม ชาควิล สเตอริ่ง (Raheem Shaquille Sterling) คือชื่อเต็มๆของ ราฮีม สเตอริ่ง (Raheem Sterling) นักฟุตบอลดาวรุ่งตำแหน่งปีก สังกัดทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล สเตอริ่ง นั้นเกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 1994 ที่ คิงส์ตัน ประเทศ จาเมกา ส่วนสูง 170 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 7 นิ้ว เท่านั้นครับ เป็นนักฟุตบอลที่มีจุดเด่น ในเรื่องของความเร็ว ความคล่อง มีสไตล์การเล่นที่ว่ากันว่า น่าปวดหัวสำหรับกองหลังฝ่ายตรงข้ามมากๆครับ เพราะเขามักอาศัยความเร็วของเขาลากเลื้อยบอลไปจี้กองหลังฝ่ายตรงข้าม

แล้วทำการจ่ายบอลส่งต่อให้เพื่อนร่วมทีมทำเกมต่อไป หรือไม่ก็มักจะเลี้ยงหักลบ ตัดกองหลัง ฝ่ายตรงข้าม เข้ามายิงประตูเองอยู่เสมอๆด้วยครับ สเตอริ่งนั้นเป็นนักฟุตบอลดาวรุ่งตำแหน่งปีก ที่ถือได้ว่ามีฝีเท้าโดดเด่นมากๆ เมื่อเทียบกับนักฟุตบอลรุ่นราวคราวเดียวกันที่เล่นอยู่ในอังกฤษ ครับ ทีนี้มาดูกันในส่วนของประวัติการเล่นฟุตบอลของสเตอริ่งกันบ้างครับ ก็คือเริ่มต้นจากการเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชน ควีนปาร์กเรนเจอร์ส ตั้งแต่ปี 2003-2010 แล้วจึงย้ายมาอยู่กับ เยาวชนลิเวอร์พูลในปี 2010 ต่อด้วยการพัฒนาขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลในปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ส่วนในนามทีมชาติ สเตอริ่ง ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 16 เมื่อปี 2009-2010 โดยได้ลงเล่นไป 9 นัด ยิงไป 1 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 17 เมื่อปี 2010-2011 ได้ลงเล่นไป 13 นัด ยิงไป 3 ประตู ครับ

แล้วก็สำหรับในทีมชาติชุดใหญ่ก็แน่นอนครับว่า ต้องรอดูกันต่อไปเช่นเดียวกับดาวรุ่ง อังกฤษ คนอื่นอีกหลายคนๆ แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อเหลือเกินครับ ว่าถ้าสเตอริ่งยังคงรักษาสไตล์การเล่นแบบนี้ได้อยู่ ประกอบกับการพัฒนาตัวเองเรื่อยๆ โดยเรียนรู้เอาจากประสบการณ์ของรุ่นพี่ในทีมหลายๆคน รับรองได้เลยว่า ยังไงเสียเขาก็ต้องถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ได้อย่างแน่นอนครับ และก็มีแนวโน้มด้วยว่าอาจจะเป็นกำลังสำคัญที่ก้าวขึ้นมาทดแทนนักแตะตำแหน่งปีกรุ่นพี่คนอื่นๆในทีมชาติอังกฤษครับ

จอนโจ้ เชลวี่ย์ (Jonjo Shelvey)

จอนโจ้ เชลวี่ย์ (Jonjo Shelvey) เกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ปี 1992 ที่ รอมฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ส่วนสูง 183 เซติเมตร หรือประมาณ 6 ฟุต เป็นนักฟุตบอลในตำแหน่งกองกลาง สังกัดทีมสโมสรหงส์แดง ลิเวอร์พูล เชลวี่ย์ นั้นเป็นนักฟุตบอลอายุน้อย ที่ได้รับการจับตามองพอสมควร และได้รับการคาดหมายจากหลายๆคน ว่า เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลฝีเท้าดี แห่งเกาะอังกฤษ เฉกเช่นเดียวกันกับรุ่นพี่ระดับตำนานในทีมเดียวกัน อย่าง สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด

ทั้งนี้ก็อาจจะด้วยความที่ เชลวี่ย์ นั้นมีสไตล์การเล่นที่คล้ายๆกันกับเจอร์ราร์ด และเล่นในตำแหน่งกองกลางเหมือนกัน อีกทั้งยังมีจุดเด่นที่การยิงไกลเหมือนกันครับ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ การที่ จอนโจ้ เชลวี่ย์ จะสามารถเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้อย่างรุ่นพี่ในทีมของเขา ก็อาจจะไม่ใช่แค่เพียงสิ่งเหล่านั้นหรอกครับ ยังต้องอาศัยสิ่งต่างๆอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการฝึกซ้อม และพัฒนาฝีเท้า ซึ่งเจ้าตัวเองจะทำได้หรือไม่ได้นั้น แน่นอนว่าต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ ณ ตอนนี้ เวลานี้ ก็ถือได้ว่า เชลวี่ย์เริ่มต้นได้ดีแล้วละครับ เพราะทุกๆครั้งที่ เขาลงสนามให้ทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล เขาก็เป็นหนึ่งนักเตะที่ช่วยทีมได้เยอะเลยละครับ ส่วนในเรื่องของประวัติการเล่นฟุตบอลของเชลวี่ย์ นั้นก็มีดังนี้ครับ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมชาร์ลตัน แอธแลนติก เมื่อปี 2008-2010 โดยได้ลงเล่นไปทั้งหมด 42 นัด ยิงไป 7 ประตู จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ จนถึงปัจจุบันครับ

แล้วก็ประวัติกับทีมชาตินั้น เชลวี่ย์เริ่มติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 16 เมื่อปี 2007-2008 ได้ลงเล่นไป 6 นัด ยิงไป 3 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 17 เมื่อปี 2008-2009 ได้ลงเล่นไป 7 นัด ยิงไป 1 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 19 เมื่อปี 2010 ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 4 นัด ยิงไป 3 ประตู ส่วนไฮไลท์ที่น่าประทับใจในการเล่นฟุตบอลของเชลวีย์ นั้นก็คือ การที่เขาได้เป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดตอนที่อยู่กับทีมชาร์ลตัน โดยนัดแรกที่เขาลงสนามให้ชาร์ลตัน เขามีอายุเพียง 16 ปี 59 วันเท่านั้นครับ

ราฟาเอล เบนิเตซ (Rafael Benítez)

หากจะถามถึงผู้จัดการทีมที่เหล่าเดอะค็อป หรือกองเชียร์ทีมฟุตบอลหงส์แดง ลิเวอร์พูล รักมากที่สุด แน่นอนเหลือเกินว่า หนึ่งในนั้น ย่อมต้องมีชื่อของ ราฟาเอล เบนิเตซ (Rafael Benítez) อย่างแน่นอน ทั้งนี้ก็เพราะ เบนิเตซนั้น เป็นกุนซือ ที่พาทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จ และโชว์ผลงานได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่เป็นถ้วยใหญ่สุดของยุโรปมาครองได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะสุดคลาสสิคเหนือยอดทีมแห่งอิตาลี อย่าง เอซี มิลาน เมื่อปี 2005

เบนิเตซ หรือที่หลายๆคนเรียกกันว่า ราฟา นั้นมีชื่อเต็มๆว่า ราฟาเอล ราฟา เบนิเตซ เมาเดส เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 1960 ที่ มาดริด ประเทศสเปน ส่วนสูง 176 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 9 นิ้ว เคยเป็นนักฟุตบอลในตำแหน่งกองหลัง ให้กับทีมสโมสรต่างๆดังนี้ครับ ปี 1974-1981 ทีมคาสทิลล่า ลงเล่นไปทั้งหมด 247 นัด ยิงไป 7 ประตู ปี 1981-1985 ทีมพลาร่า ลงเล่นไป 124 นัด ยิงไป 8 ประตู ปี 1985-1986 ทีมลินาเลซ ลงเล่นไป 34 นัด ยิงไป 7 ประตู นับรวมจำนวนนัดที่ลงเล่นให้ทีมต่างๆได้ทั้งหมด 405 นัด และยิงประตูรวมทั้งหมด 22 ประตู ส่วนประวัติการเป็นผู้จัดการทีมนั้นก็เริ่มจากการเป็นผู้จัดการทีม:

- รีลบายาโดลิด เมื่อปี 1995-1996
- ทีมเตเนริเฟ่ เมื่อปี 1996-1997
- ทีม โอซาซูน่า เมื่อปี 1997-1999
- ทีมเอ็กซ์เซียโน เมื่อปี 2000-2001
- ทีมบาเลนเซียเมื่อปี 2001-2004
- ทีมลิเวอร์พูล เมื่อปี2004-2010
- ทีมอินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2010-2011
- ทีมเชลซี เมื่อปี 2012-2013

ส่วนในปัจจุบัน ราฟาเอล เบนิเตซนั้น คุมทีมฟุตบอลนาโปลีอยู่ครับ แล้วก็สำหรับในเรื่องของความสำเร็จหลักๆของราฟานั้นก็จะอยู่ในช่วงของการคุมทีมบาเลนเซีย กับการคุมทีมลิเวอร์พูลครับ คือเรียกได้ว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงที่ทำให้ชื่อเสียงของราฟาดังกระฉ่อน จนว่ากันว่า ราฟานั้นเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดของยุโรปเลยละครับ โดยการันตีได้จากรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีในปี 2002 และ 2005 ของสองสถาบันครับ

ฟาบิโอ บอรินี่ (Fabio Borini)

สำหรับ ฟาบิโอ บอรินี่ (Fabio Borini) เป็นอีกหนึ่งกองหน้า แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่น่าจับตามองมากๆเลยครับ บอรินี่ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ปี 1991 ที่ เบนติโวลกัลอิโอ ประเทศ อิตาลี ส่วนสูง 180 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 11 นิ้ว เป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า มีความโดดเด่นที่การยิงประตู หรือการจบสกอร์ นั่นเองครับ เป็นนักเตะที่ใช้โอกาสไม่เปลือง สามารถทำประตูได้แม้มีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้ง

โดยจะเห็นได้จากสถิติการทำประตูในขณะที่เจ้าตัวอยู่ในสนาม ซึ่งเมื่อเทียบกับนักเตะในตำแหน่งกองหน้าคนอื่นๆ แล้ว บอรินี่แทบจะไม่ด้อยกว่าใครเลยครับ บอรินี่ นั้นย้ายจากสโมสรโรม่า ทีมดังแห่งศึกกัลโช่ ซีเรีย เอ อิตาลี มาอยู่กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ส่วนประวัติการค้าแข้งทั้งหมด ก็มีดังนี้ครับ เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนโบโลญญ่า เมื่อปี 2001-2007 จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับเยาวชนเชลซี ในช่วงปี 2007-2009 ต่อด้วยการพัฒนาขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ในปี 2009-2011 แต่ในช่วงปี 2011 ถูกส่งให้ สวอนซียืมตัวไปใช้งาน โดยเจ้าตัวได้ลงสนามให้สวนซีไป 9 นัด ทำไป 6 ประตู แล้วจึงย้ายไปอยู่กับปาร์ม่า ทีมดังแห่งอิตาลี แต่ยังไม่ทันจะได้ลงสนามให้กับปาร์ม่า ก็ถูกส่งไปให้ โรม่ายืมตัว ในช่วงปี 2011-2012 ซึ่งก็ด้วยผลงานในช่วงที่อยู่กับโรม่านี้แหละ ที่ทำให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูล และลงเอยด้วยการย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล

โดยผลงานที่ ฟาบิโอ บอรินี่ ทำไว้กับโรม่า ก็คือ ลงสนามไป 24 นัด ยิงไป 9 ประตู แล้วก็สำหรับประวัติกับทีมชาติ ก็เริ่มจากการติดทีมชาติอิตาลี ชุดยู 17 เมื่อปี 2008-2009 โดยลงเล่นไป 7 นั้น ยิงไป 1 ประตู ติดทีมชาติอิตาลีชุดยู 19 เมื่อปี 2009-2010 ลงเล่นไป 5 นัด ทำไป 3 ประตู ติดทีมชาติอิตาลีชุดยู 21เมื่อปี 2009 ลงเล่นไป 14 นัด ทำไป 3 ประตู ส่วนปัจจุบันติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่

แดนนี่ เวลเบ็ค (Danny Welbeck)

หากจะถามหานักเตะดาวรุ่งพุ่งแรง สักคน ในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ แดนนี่ เวลเบ็ค คงเป็นคำตอบที่ได้รับจากหลายๆคน แม้นว่า เวลเบ็ค นั้นจะไม่ได้มีฟอร์มโดดเด่น จนถึงขนาดได้รับรางวัลดาวรุ่ง จากสถาบันนู้น สถาบันนี้ ก็ตาม แต่ทักษะ และความสามารถของเจ้าตัว ก็เป็นสิงที่หลายๆคนปฏิเสธไม่ได้ เวลเบ็ค นั้นมีชื่อเต็มๆว่า แดนนียล อีที แทกคี เมนซาห์ แดนนี่ เวลเบ็ค (Daniel Nii Tackie Mensah “Danny” Welbeck) ซึ่งเป็นชื่อที่ต้องบอกว่าค่อนข้างยาวมากครับ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เพราะอย่างไรเสีย เขาก็กลายเป็นนักฟุตบอล ที่หลายคนรู้จัก และจดจำชื่อได้ดี ในนามว่า แดนนี่ เวลเบ็ค

เขาเกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี 1990 ที่ลองสไตร์ท เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ส่วนสูง 185 เซนติเมตร หรือประมาณ 6 ฟุต 1 นิ้ว เป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้า และตัวริมเส้น แต่โดยความถนัดแล้ว มักจะถนัดการเล่นเป็นกองหน้าเสียมากกว่าครับ เวลเบ็ค มีจุดเด่นอยู่ที่การจบสกอร์ที่เฉียบคม กับการหาตำแหน่งได้ดี ซึ่งก็ด้วย 2 จุดเด่นนี้ของเขานี้แหละครับ เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าตัว สามารถเล่นได้กับทุกๆระบบ เพราะฟุตบอลไม่ว่าจะเป็นระบบไหน แผนการเล่นแบบใด ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการ กองหน้าที่หาตำแหน่งได้ดี จบสกอร์ได้คมทั้งนั้นครับ ทีนี้เรามาดูกันใน่สวนของประวัติการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวกันบ้างครับ ก็จะมีดังนี้ครับ เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชน แมนฯยูไนเต็ด เมื่อปี 2005-2008 จากนั้น ก็ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่จนถึงปัจจุบัน แต่ช่วงที่ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ ก็ถูกส่งให้ทีมอื่นยืมตัวไปด้วยครับ

คือ ในช่วงปี 2010 ถูกส่งให้พรีสตอน นอท เอนด์ ยืมตัว โดยได้ลงเล่นไป 9 นัด ทำไป 3 ประตู ต่อด้วยการถูกส่งไปให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัว จนถึงปี 2011 โดยได้ลงเล่นให้ซันเดอร์แลนด์ไป 26 นัด ยิงไป 7 ประตู จากนั้นจึงกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยู แบบเต็มตัว ซึ่งก็ได้ลงเป็นตัวจริงบ้าง ตัวสำรองบ้าง แต่ก็ทำประตูได้เรื่อยๆ ครับ