admin

เดเมียน ดัฟ (Damien Duff)

เดเมียน อันโทนี่ ดัฟ (Damien Anthony Duff) คือชื่อเต็มๆ ของ เดเมียน ดัฟ หนึ่งในนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก และถึงแม้ว่าฟอร์มในช่วงหลายปีหลังมานี้ อาจจะแผ่วลงไปตามอายุที่มากขึ้น ก็ตามที แต่เชื่อว่า หลายๆคนก็ยังคงจดจำชื่อของ ดัฟ ได้ดี และยกให้เจ้าตัวเป็นหนึ่งในนักเตะระดับโลกอีกหนึ่งคน ที่เคยโชว์ฟอร์มเยี่ยมสร้างความตื่นตา ตื่นใจให้คนดูบอลทั้งโลกมาแล้ว ดัฟ เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปี 1979 ที่ บอลลี่โบเด้น สาธารณรัฐไอร์แลนด์

ส่วนสูง 175 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 9 นิ้ว เป็นนักเตะในตำแหน่งกองกลาง และปีก สมัยที่เจ้าตัวท็อปฟอร์ม เจ้าตัวจะมีจุดเด่นอยู่ที่ความรวดเร็ว และการลากเลื้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับกองหลังฝ่ายตรงข้ามประจำ ส่วนประวัติการค้าแข้งของเจ้าตัว ก็มีดังนี้ครับ ปี 1996-2003 เล่นให้กับแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส โดยลงเล่นไปทั้งหมด 185 นัด ยิงไป 27 ประตู จากนั้นเมื่อปี 2003-2006 ย้ายมาเล่นให้กับเชลซี โดยได้ลงเล่นไปทั้งหมด 81 นัด ยิงไป 14 ประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อตอนปี 2006-2009 โดยได้ลงเล่นให้กับนิวคาสเซิ่ลไป 69 นัด ยิงไป 5 ประตู แล้วจึงย้ายมาเล่นให้กับฟูแล่ม จนถึงปัจจุบัน ครับ ก็ต้องบอกว่า เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีประสบการณ์ในเวทีพรีเมียร์ ที่ค่อนข้างโชกโชนเลยทีเดียวนะครับ สำหรับ เดเมียน ดัฟ ปีกชาวไอแลนด์ ถึงแม้ว่า ตั้งแต่ย้ายออกจากเชลซีมา เจ้าตัวจะไม่ได้เล่นให้กับทีมที่มีชื่อชั้น ในระดับเดียวกันกับเชลซี ก็ตามครับ

แต่กระนั้น ก็ยังถือว่า เจ้าตัว ยังคงมีอนาคตการค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก ที่สดใสอยู่ครับ เพราะความสามารถของ ดัฟ นั้นเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อหลายๆทีมในพรีเมียร์ลีกครับ ส่วนประวัติกับทีมชาติ ก็มี ดังนี้ ครับ ติดทีมชาติ ไอร์แลนด์ชุดใหญ่ ตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน โดยได้ลงเล่นไปก็ประมาณ เกือบๆร้อยนัด แล้วครับ แล้วก็สำหรับเรื่องของความสำเร็จครั้งสำคัญๆของ ดัฟ ก็คือ การร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกกับเชลซี อดีตต้นสังกัด เมื่อฤดูกาล 2004-2005 และ 2005- 2006 ครับ

มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta)

หากจะมองหานักเตะกองกลางดีๆสักคน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ชื่อที่ผมจะนึกถึงคนแรกๆ ก็คนนี้เลยครับ มิเกล อาร์เตต้า ถึงแม้เจ้าตัว จะไม่ได้ โด่งดัง ถึงขนาดว่า ไม่รู้จักไม่ได้เลย เหมือนกับนักเตะเวิร์ดคาส หลายๆคน แต่ ฝีเท้า ฟอร์มการเล่น ของเจ้าตัว นั้น ต้องบอกเลยครับ ว่าสร้างความประทับให้คนดูหลายๆคนแน่นอน มิเกล อาร์เตต้า มีชื่อเต็มๆว่า มิเกล อาร์เตต้า อามาเตรียอิน (Mikel Arteta Amatriain) เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี 1982 ที่โดโนสเตีย-ซานเซบาสเตียน ประเทศสเปน

ส่วนสูง 176 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 9 นิ้ว มีประวัตการค้าแข้ง ดังนี้ ครับ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกัยทีมเยาวชน อันติกูโค เมื่อปี 1994-1997 จากนั้นก็ย้ายมาอยู่เยาวชนบาร์เซโลน่า เมื่อปี 1997-1999 แล้วจึงพัฒนาก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมบาร์เซโลน่าชุดบี เมื่อปี 1999-2002 โดยได้ลงเล่นไปทั้งหมด 42 นัด ยิงไป 3 ประตู แต่ในช่วงที่เล่นปี 2000-2002 นั้น ถูกส่งให้ทีมปารีส แซงแณร์แม็ง โดยได้ลงเล่นให้ ปารีส แซงแณร์แม็งไปทั้งหมด 31 นัด ยิงไป 2 ประตู จากนั้นในปี 2002-2004 ย้ายไปอยู่กับเรนเจอร์ โดยลงเล่นไปทั้งหมด 50 นัด ยิงไป 12 ประตู แล้วจึงย้ายมาอยู่กับ รีล โซเซียดัต ในปี 2004-2005 โดยที่ได้ลงเล่นไป เพียง 15 นัด ยิงไป 1 ประตู แล้วก็ต่อด้วยการย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์อังกฤษ กับเอฟเวอร์ตัน ทีมดังแห่งเมืองลิเวอร์พูล ในช่วงปี 2005-2011 ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างนานเลยทีเดียวครับ โดยได้ลงเล่นไป 174 นัด ยิงไป 28 ประตู

ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ อาร์เซน่อล ทีมดังแห่งกรุงลอนดอน ตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปัจจุบัน ครับ กล่าวไล่เลียงประวัติการค้าแข้งของ อาร์เตต้า มาก็ต้องบอกเลยครับ ว่าเป็น มิเกล อาร์เตต้า นั้นเป็นหนึ่งในนักเตะอาชีพ ที่มีประสบการณืค้าแข้งที่มากมายจริงๆ แม้ว่าการเล่นให้กับทีมต่างๆ ซึ่งเป็นอดีตต้นสังกัดของเขาจะประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง แต่ทั้งหมดทั้งหมด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ให้ เจ้าตัว ประสบความสำเร็จในเวทีฟุตบอลพรีเมียร์อังกฤษ ครับ

ธีโอ วัลคอตต์ (Theo Walcott)

หากจะนึกถึงนักเตะผิวสีรูปร่างไม่สูงใหญ่ แต่มีความรวดเร็ว มีความคล่อง และฝีเท้าดีเยี่ยม ธีโอ วัลคอตต์ คงจะเป็นนักเตะที่หลายๆคนนึกถึง วัลคอตต์ นั้น มีชื่อเต็มๆว่า ธีโอ เจมส์ วัลคอตต์ (Theo James Walcott) เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี 1989 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นลูกครึ่งอังกฤษ อเมริกัน ส่วนสูง 175 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 9 นิ้ว เท่านั้น เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้งตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หน้าต่ำ และปีก จุดเด่นของเจ้าตัวนอกเหนือจากความรวดเร็ว และความคล่องตัว ดังที่กล่าวไปแล้ว ก็ยังมี การที่เจ้าตัวจ่ายบอลได้ดี หาตำแหน่งเก่ง แล้วก็ไหวพริบดี ครับ

ธีโอ วัลคอตต์ นั้นเริ่มเล่นฟุตบอล กับ ทีมเยาวชนสวินดอนทาวน์ ต่อด้วยการเล่นให้ทีมเยาวชน เซาแธมป์ตัน จากนั้นจึงพัฒนาขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้เซาแธมป์ตัน ในปี 2004-2006 โดยได้ลงเล่นไปทั้งหมด 21 นัด ยิงไป 4 ประตู แล้วจึงย้ายมาอยู่กับอาเซน่อล จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเมื่อนับรวมจำนวนนัดที่ลงเล่นให้กับอาเซน่อล ก็ปาเข้าไป สองร้อยกว่านัดแล้วครับ ส่วนประวัติกับทีมชาติ ก็ ดังนี้ครับ ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 17 เมื่อปี 2004-2005 ได้ลงเล่นไป 11 นัด ยิงไป 5 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 19 เมื่อปี 2006 ลงเล่นไป 1 นัด ยิงไป 1 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 เมื่อปี 2006 ลงเล่นไป 14 นัด ยิงไป 5 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดบี 1 นัด และหลังจากนั้นมาก็ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน ครับ

แล้วก็ในส่วนของชีวิตส่วนตัวของ วัลคอตต์ นั้น ก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกไปจากนักฟุตบอลอาชีพทั่วไปสักเท่าไหร่ กล่าวคือ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับฟุตบอล ซ้อมบอล วันว่างๆก็อยู่กับครอบครัว และอาจจะมีการสังสรรค์กับเพื่อนๆนักฟุตบอลบ้างเป็นครั้งคราว แต่จะมีข้อต่างจากนักฟุตบอลหลายๆคนก็ตรงที่เจ้าตัว เป็นนักเตะผิวสีไม่กี่คน ที่มีหน้าตา อันหล่อเหลา และโดดใจ สาวๆหลายคนทั่วโลกนี้แหละครับ

ฌอน ไรท์ ฟิลิป (Shaun Wright-Phillips)

ฌอน คาเมรูน ไรท์ ฟิลิป (Shaun Cameron Wright-Phillips) เป็นชื่อเต็มๆ ของ ฌอน ไรท์ ฟิลิป ปีกจอมจี๊ด แห่งเกาะอังกฤษ ผู้ที่มีสไตล์การเล่น ที่น่าดึงดูดใจใครหลายคน เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ปี 1981 มีส่วนสูง 166 เซนติเมตร หรือประมาณ 5 ฟุต 5 นิ้วเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวเลย ดังที่เจ้าตัวพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงแม้จะมีรูปร่างเล็กมาก แต่ก็ได้โลดแล่นอยู่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อย่างสบายๆ ทั้งยังมีประวัติการติดทีมชาติอังกฤษ สมควร ทั้งๆที่ อังกฤษเป็นชาติที่มีนักเตะฝีเท้าดีนอกเหนือจากเขาอยู่มากมาย

ณอน ไรท์ ฟิลิป นั้น เริ่มต้นค้าแข้ง กับทีมเยาวชน นอตติ้งแฮม ฟอเรส เมื่อปี 1993-1998 จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับทีมเยาวชน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 1998-1999 แล้วจึงพัฒนาขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ในปี 1999-2005 โดยได้ลงเล่นไปทั้งหมด 153 นัด ยิงไป 26 ประตู ต่อด้วยการย้ายไปอยู่กับเชลซี เมื่อปี 2005-2008 ลงเล่นไปทั้งหมด 81 นัด ยิงไปเพียง 4 ประตู แล้วก็ย้ายกลับไปอยู่กับต้นสังกัดเดิม แมนฯซิตี้ ในช่วงปี 2008-2011 โดยการกลับคืนถิ่นครั้งนี้ ณอน ได้ลงเล่นไป 53 นัด ยิงไป 9 ประตู และตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปัจจุบัน เล่นให้กับทีม ควีนปาร์กเรนเจอร์ส ครับ แล้วก็สำหรับประวัติในนามทีมชาติ ก็มีดังนี้ครับ ติดทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 เมื่อปี 2001-2002 ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 6 นัด ยิงไป 1 ประตู ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ เมื่อปี 2004-2010 ได้ลงเล่นไปทั้งหมด 36 นัด ยิงไป 6 ประตู

ส่วนในเรื่องของสไตล์การเล่นของ ณอน ไรท์ ฟิลิป นั่นก็แน่นอนครับว่า ด้วยรูปร่างที่เล็ก ของเจ้าตัว ย่อมอาศัย ความรวดเร็ว และความคล่อง เป็นหลัก ครับ หลายคนที่เคยดู ฌอน เล่น ก็คงจะจำได้ดีว่า เขาเป็นนักเตะที่ลากเลื้อย หลบหลีกกองหลังฝ่ายตรงข้ามได้พลิ้วมาก เป็นนักเตะที่ใช้ความเร็วมาทดแทน รูปร่างได้ดีเยี่ยม ซึ่งทำเอานักเตะรูปร่างสูงใหญ่หลายคนพลาดท่า เสียทีอยู่บ่อยๆครับ แต่ในช่วงปัจจุบันฟอร์มของเจ้าตัว อาจจะไม่ได้จี๊ดจ๊าดเหมือนเดิมสักเท่าไหร่แล้วครับ เพราะก็ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น นั่นเองครับ

โคโล่ ตูเร่ (Kolo Toure)

โคโล่ ตูเร่ หรือในชื่อเต็มๆว่า โคโล่ ฮาบิบ ตูเร่ (Kolo Habib Touré) เป็นนักฟุตบอลผิวสี ในตำแหน่งกองหลัง ที่ประสบความสำเร็จมากคนนึงในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ การันตีด้วยระยะเวลาที่เล่นให้กับสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับชื่อชั้นของต้นสังกัด ที่เจ้าตัวค้าแข้งให้ ตูเร่ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ปี 1981 ที่ โกตติวัวร์ ส่วนสูง 183 เซนติเมตร หรือประมาณ 6 ฟุต เป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหลังตัวกลาง หรือ เซนเตอร์ฮาร์ฟ และวิงแบ็ก

เขามีจุดเด่นในเรื่องของ ความรวดเร็ว และความแข็งแกร่ง ทำให้สามารถตามประกบ ตามสกัดกองผู้เล่นแนวรุกฝ่ายตรงข้ามได้ดีเยี่ยม อีกทั้งในยามที่ขาลงสนามเป็นวิงแบ็ก ก็ช่วยเติมเกมรุกได้อยู่เรื่อยๆ ครับ ตูเร่ นั้น เริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้ง กับสโมสรเยาวชน อาแซก มิโมสาส เมื่อปี 2000-2002 จากนั้นก็ย้ายมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ อาเซน่อล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จนถึงปี 2009 โดยตลอดระยะเวลาที่อยู่กับอาเซน่อล นั้น เจ้าตัวเป็นแกนหลังในแดนรับของทีมมาโดยตลอด ซึ่งนับรวมจำนวนนัดที่ลงเล่นให้อาเซน่อล ทั้งหมด ก็ 225 นัด ยิงไป 9 ประตู จากนั้นก็ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีกเช่นกัน โดยลงเล่นให้ ซิตี้ไป ถึงตอนนี้ ก็เกือบ ร้อยนัดแล้วครับ ส่วนประวัติกับทีมชาติ ก็คือ ติดทีมชาติไอเวอร์รี่โคสชุดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2001 โดยลงสนามไปแล้วทั้งหมด 70 นัด โดยประมาณ ครับ

ก็ถือได้ว่า โคโล ตูเร่ นั้นเป็นอีกหนึ่งกองหลังผิวสีคุณภาพจริงๆเลยนะครับ ซึ่งหากใครยังไม่เคยดูผลงานของเจ้าตัวเลย ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง ก็ต้องไม่พลาดที่จะตามดู ตามเชียร์ทีมเรือใบสีฟ้า ให้ได้เลยครับ เพราะแน่นอนว่า จะได้เห็นการเล่นที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสกัดกั้นเกมรุกฝ่ายตรงข้าม และการเติมเกมรุก ช่วยเพื่อนร่วมทีม ครับ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ก็ไม่ขอการันตีนะครับ ว่าฤดูกาลใหม่เจ้าตัวยังจะฟอร์มร้อนแรงเหมือนเดิมหรือเปล่า เพราะอย่างว่าฟุตบอลก็คือ ฟุตบอลย่อมมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา